“ทุกคนก็ทราบดีว่าม็อบนี้เป็นม็อบมีเส้น หากเป็นม็อบธรรมดาเรื่องจบไป
นานแล้ว” เป็นวิวาทะอันดุเดือดว่าด้วยกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ
ประชาธิปไตยบุก ยึดทำเนียบรัฐบาล โดย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.
มหาดไทย ตอบกระทู้ของฝ่ายค้านแทนนายกรัฐมนตรี ด้วยอารมณ์
เหตุการณ์เมื่อวันที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เข้าปิดล้อม
รัฐสภาเพื่อไม่ให้รัฐบาลเข้าแถลงนโยบายได้ ก่อให้เกิดความสูญเสีย
ชีวิตและเลือดเนื้อทั้งของฝ่ายผู้ประท้วงและตำรวจมากมาย กระทั่งยัง
มีปัญหาคาใจกันอยู่ว่าใครก่อให้เกิดความรุนแรงในครั้งนั้น ฝ่ายผู้ประ
ท้วง ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายอำมาตยาธิปไตย หรือ มือที่มองไม่เห็น?!!!!??
รถจี๊ปเชโรกี สีขาว ทะเบียน พต.-4755 กทม. ระเบิดเมื่อวันอังคารที่
๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ผู้ตายคือ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี สาเหตุการเสีย
ชีวิตมาจากกล้ามเนื้อฉีกขาดจากแรงระเบิด และมีไฟไหม้ตามร่าง
กาย เนื้อบางส่วนกระเด็นไปไกลถึง ๒๐ เมตร กระดูกข้อมือกระเด็น
ไปไกล ๑๐ เมตร ขาขวาไปอยู่ด้านหลังของเบาะหลังด้านซ้าย ส่วนศพ
นอนอยู่ระหว่างฟุตบาท และประตูด้านซ้ายของรถ นอกจากนี้ ยังพบ
สะเก็ดระเบิดกระจายตามร่างกาย
รถจี๊ปเชโรกี เป็นรถของลูกชาย นายไชยวัฒน์ งามจิตร อายุ ๕๔ ปี
ผู้ชุมนุมสายกองทัพธรรม ให้ปากคำว่าขับรถคันดังกล่าวมาจอดเพื่อ
เข้าร่วมชุมนุม และความรีบร้อนจึงจำไม่ได้ว่าล็อกประตูรถไว้หรือไม่
หลังจอดประมาณ ๑๐-๑๕ นาที รถเกิดระเบิดขึ้น ตำรวจให้สัมภาษณ์
ว่า...เป็นไปได้ผู้ตายนำระเบิดมา เพราะสภาพผู้ตาย และสภาพรถบ่ง
บอกว่าผู้ตายก้าวขาขวาเข้าไปฝั่งซ้ายของตัวรถ แล้วลักษณะท่าทาง
คล้ายกับก้มเอามือหยิบสิ่งของบางอย่างในห้องโดยสาร แต่เกิดระเบิด
ขึ้นมาเสียก่อนจะเป็นระเบิดชนิดซีโฟร์ ไดนาไมต์ หรือชนิดใดนั้น
ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด ส่วนวัตถุพยานและหลัก
ฐานอื่นๆ ในที่เกิดเหตุเก็บได้น้อยมาก เนื่องจากถูกเพลิงไหม้ ซึ่ง
ระเบิดดังกล่าวขอยืนยันเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง เพราะหลักฐาน
เท่าที่พบในที่เกิดเหตุนั้นเป็นแผงวงจรโทรศัพท์มือถือ ในข่าวระบุ
ด้วยว่าแผงวงจรนี้ติดอยู่ที่ลำคอผู้ตาย
ผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตผู้ตายคือ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี สาเหตุ
การเสียชีวิตมาจากกล้ามเนื้อฉีกขาดจากแรงระเบิด และมีไฟไหม้
ตามร่างกาย เนื้อบางส่วนกระเด็นไปไกลถึง ๒๐ เมตร กระดูกข้อมือ
กระเด็นไปไกล ๑๐ เมตร ขาขวาไปอยู่ด้านหลังของเบาะหลังด้านซ้าย
ส่วนศพนอนอยู่ระหว่างฟุตบาท และประตูด้านซ้ายของรถ นอกจากนี้
ยังพบสะเก็ดระเบิดกระจายตามร่างกาย จากกล้องวงจรปิดของกรุง
เทพมหานคร บล็อกโอเคเนชั่น ก็เชื่อว่าเป็นการวางระเบิด(ไม่น่าใช่
ยิงด้วย M 79) เสียงระเบิดดังขึ้นครั้งเดียวหนักแน่นมาก
อานุภาพระเบิดพุ่งทะลุหลังคารถขึ้นสู่เบื้องบนความสูงกว่า ๒๐ เมตร
เบาะด้านหลังเป็นหลุม เหล็กงอ ประตูรถทุกด้านเปิดออกหมดจาก
แรงระเบิดอัดดันคานเหล็กงอหลายด้าน และหลังคารถทะลุ แรง
ระเบิดอัดร่างของ "สารวัตรจ๊าบ" ดันประตูหลังด้านซ้ายงอทำให้ศพ
ออกมากองอยู่ข้างรถ สภาพใต้ท้องรถ ยางรถยนต์ มีสภาพสมบูรณ์
ไม่ได้โดนแรงระเบิดอะไรมากนัก
สารวัตรเมธี หัวหน้าการ์ดพันธมิตรฯ ภาคอีสาน
สถาบัน นิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ข้อสรุป
สาเหตุการบาดเจ็บและเสียชีวิตของผู้เข้าร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 7
ตุลาคม 2551 บริเวณรัฐสภา กองบัญชาการตำรวจนครบาลและ
บริเวณโดยรอบ
1.กรณีการ เสียชีวิตของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี นายตำรวจนอก
ราชการ อดีต สวป.เมือง บุรีรัมย์ และเป็นน้องเขย นายการุณ ไสย
งาม สว.สจ.บุรีรัมย์
1.1 พฤติการณ์ โดยย่อเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 เวลากลางวัน
พ.ต.ท.เมธีฯ ได้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตร ที่บริเวณแยก
ขัตติยาณี หน้าที่ทำการพรรคชาติไทย ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กทม.
พ.ต.ท.เมธีฯ ได้เข้าไปในรถยนต์จิ๊ปเซโรกี้ หมายเลขทะเบียน
พต.9755 กทม. ขณะที่ พ.ต.ท.เมธีฯ อยู่ในรถคันดังกล่าว ได้
เกิดเหตุระเบิดขึ้น 1 ครั้ง ทำให้ พ.ต.ท.เมธีฯ เสียชีวิตทันที รถยนต์ฯ
ได้รับความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้ในเวลาต่อมา มีการใช้อุปกรณ์
ดับเพลิงและรถดับเพลิงในการดับเพลิงจนสงบ ในห้วงเวลาดังกล่าว
ไม่มีการสลายฝูงชนแต่อย่างใด
1.2 การรักษาสถานที่เกิดเหตุและการตรวจสถานที่เกิดเหตุหลัง
เกิดเหตุแล้วเจ้า หน้าที่ตำรวจ สน.ดุสิตได้เข้าไปรักษาที่เกิดเหตุ
แล้วแจ้งให้ กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดและ กองพิ
สูจน์หลักฐาน ร่วมตรวจที่เกิดเหตุ
1.3 พยานหลักฐานพบในที่เกิดเหตุ
1.3.1 เศษชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ
1.3.2 เศษคราบเขม่าวัตถุระเบิด
1.3.3 เศษภาชนะพลาสติกสีขาว
1.3.4 เชื้อปะทุไฟฟ้าทับพลเรือน 1 ดอก
1.3.5 เศษชิ้นส่วนโลหะ
1.3.6 เศษกระดาษการ์ดและซิบการ์ด
1.4 ชนิดของสารระเบิดที่ตรวจพบภายในรถยนต์ฯ และวัตถุ
พยานต่างๆ
- สารระเบิดแรงสูงชนิด ที.เอ็น.ที. สารระเบิดแรงสูงชนิด R.D.X.
- สารระเบิดแรงสูงชนิด ที.เอ็น.ที. จะจุดตัวจนเกิดการระเบิดขึ้น
ได้ต้องใช้เชื้อปะทุไฟฟ้า หรือเชื้อปะทุ ชนวน เท่านั้น
- สารระเบิด R.D.X. เป็นระเบิดแรงสูงที่ใช้บรรจุในหลอดเชื้อ
ประทุและฝักแคระเบิดทั่วไป
จาก พยานหลักฐานดังกล่าวข้างต้น จึงน่าเชื่อได้ว่า พ.ต.ท.เมธีฯ
เสียชีวิตจากระเบิดแสวงเครื่องซึ่งทำงานโดยอาศัยกระแสไฟฟ้า
จากโทรศัพท์มือถือเป็นตัวจุดระเบิด และเกิดระเบิดภายในรถยนต์
ดังกล่าว มิได้เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่อย่างใด
พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ
2.กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์
2.1 พฤติกรรมที่เกิดขึ้นโดยย่อ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ช่วง
เวลาบ่าย กลุ่มผู้ชุมนุม จำนวนมาก ได้มุ่งหน้าไปที่กองบัญชาการ
ตำรวจนครบาล แต่ก่อนถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาลเจ้าหน้าที่
ได้วางเครื่องกีดขวางไว้ และได้มีนายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ
เข้าไปเจรจากับกลุ่มพันธมิตรและระหว่าง การเจรจานายตำรวจ
ดังกล่าวถูกกลุ่มพันธมิตรทำร้ายได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึง
จำเป็นต้องป้องกันตัวและผลักดันกลุ่มพันธมิตรให้ถอยร่น ออกไป
โดยใช้แก๊สน้ำตาเป็นเครื่องผลักดันและสลายการชุมนุม เพื่อหลีก
เลี่ยงการใช้กำลัง หลังจากกลุ่มพันธมิตรถอยร่นไปแล้ว เจ้าหน้าที่
ตำรวจทราบภายหลัง มีกลุ่มผู้ชุมนุมบาดเจ็บและเสียชีวิต และผู้
เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ
หรือน้องโบว์ฯ
2.2 การรักษาสถานที่เกิดเหตุและผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ
- หลังจาก น.ส.อังคณาฯ เสียชีวิตมีบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
เป็นจำนวนมากเข้าไปในสถานที่เกิด เหตุ และเคลื่อยย้ายศพ
โดยพลการทำให้วัตถุพยานถูกทำลาย
- เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าไปรักษาที่เกิดเหตุและตรวจ
สถานที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากมีการปิดล้อมของกลุ่มผู้ชุมนุม
- มีหน่วยงานบางหน่วยงานที่ไม่มีหน้าที่โดยตรง ได้เข้าทำการ
ตรวจพื้นที่เกิดเหตุ โดยไม่คำนึงถึงระยะเวลาหลังเกิดเหตุ ไม่มี
การรักษาสถานที่เกิดเหตุ
ขาดทักษะและประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือที่นำมาตรวจ
สอบผิดวัตถุประสงค์ของ การใช้งาน อาจเป็นเหตุให้ผลการ
ตรวจพิสูจน์คลาดเคลื่อนได้อาจส่งผลเสียต่อรูปคดีได้
2.3 พยานหลักฐานต่างๆ ที่พบ
- จากภาพถ่ายศพ มีบาดแผนขนาดใหญ่บริเวณชายโครง
ด้านซ้ายและใต้ท้องแขนซ้ายท่อนบน ลึกถึงกระดูก และมีรอย
สะเก็ดเป็นจุดเล็กๆ ที่หลังเท้า ข้างเท้า และบริเวณใกล้ตาตุ่ม
เท้าซ้ายบาดแผลดังกล่าวน่าจะเกิดจากสารระเบิดน้ำหนักไม่
ต่ำกว่า 200 กรัม ในขณะที่แก๊สน้ำตาที่ผลิตจากประเทศจีน
มีสารระเบิดหรืออาร์ดีเอ๊กซ์ (R.D.X.) น้ำหนักเพียง 7 กรัม
เท่านั้น
- กรณีที่กองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจ
เสื้อผ้าที่ น.ส.อังคณาฯ หรือน้องโบว์ ใส่ในขณะเกิดเหตุ โดย
ตรวจพบสารเคมีที่เป็นวัตถุระเบิดชนิด C4 ติดอยู่ที่เสื้อยืดสี
เหลืองและเสื้อชั้นในสภาพฉีกขาดและตรวจพบสารเคมี
ชนิด R.D.X. ติดอยู่ที่กางเกงยีนส์ขายาว
2.4 ชนิดของสารระเบิดที่ตรวจพบ
- สารระเบิดแรงสูง ชนิด C4
- สารระเบิดแรงสูงชนิด อาร์.อี.เอ๊กซ์ (R.D.X.)
- สารระเบิดแรงสูง ชนิด C4 จะจุดตัวจนเกิดการระเบิดขึ้น
ได้ต้องใช้เชื้อปะทุไฟฟ้า หรือเชื้อปะทุชนวนเท่านั้น
- สารระเบิด R.D.X. เป็นระเบิดแรงสูงที่มีความไวใช้บรรจุ
ในหลอดเชื้อปะทุฝักแคระเบิดทั่วไป
- แก๊สน้ำตาที่ผลิตจากประเทศจีน ภายในบรรจุ สารอาร์ ดี
เอ๊กซ์ (R.D.X.) น้ำหนักประมาณ 7 กรัม ทำหน้าที่เป็นส่วน
ขยายการระเบิด (Booster) เพื่อให้แก๊สน้ำตาฟุ้งกระจาย
ออกไปเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์ในการทำให้บาดเจ็บหรือ
สังหารบุคคลแต่อย่างใด
- จากพยานหลักฐานดังกล่าวข้างต้น จึงน่าเชื่อได้ว่า น.ส.
อังคณาฯ หรือน้องโบว์ เสียชีวิตจากสาระเบิดขนาดน้ำหนัก
ไม่ต่ำกว่า 200 กรัม ในระยะชิดติดตัว และระเบิดดังกล่าว
มีสะเก็ตเล็กๆ โดยสังเกตจากบาดแผลที่บริเวณตาตุ่มซ้าย
และเท้าซ้าย เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดจากแก๊สน้ำตาของเจ้า
หน้าที่ตำรวจซึ่งมีสารระเบิด R.D.X.เพียง 7 กรัม ในแก๊ส
น้ำตาไม่มีสารระเบิดชนิด C4 และไม่มีสะเก็ด แต่จะเสีย
ชีวิตจากสารระเบิดชนิดใดและของผู้ใดนั้นไม่สามารถ
ยืนยันได้ เพราะพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุถูกทำลาย มี
การเคลื่อยย้ายผู้ตายออกจากที่เกิดเหตุโดยพลการ และ
มีการตรวจสถานที่เกิดเหตุแล้ว และไม่ได้มาตรฐานตาม
หลักสากล
3.กรณีบาดเจ็บของ นายบัญชา บุญแก้ว อายุ 30 ปี ผู้เข้า
ร่วมชุมนุม
3.1 พฤติการณ์โดยย่อ เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2552 ช่วงเช้า
นายบัญชา บุญแก้ว ผู้บาดเจ็บและผู้ชุมนุมจำนวนมาก
พร้อมอาวุธต่าง ๆ เช่นไม้เหล็ก ไม้กอล์ฟ ไม้เบสบอล ฯลฯ
ได้ร่วมกันทำการปิดล้อมรัฐสภา เพื่อขัดขวางการแถลง
นโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยมีการใช้ลวดนามปิดกั้น
และการราดน้ำมันบนพื้นถนน เพื่อขัดขวางการปฏิบัติงาน
ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการผลักดันฝูงชนเพื่อเปิดทาง
ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลเข้าประชุมที่สภาผู้แทน
ราษฎร เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตาม
คำสั่งผู้บังคับบัญชาและปฏิบัติ การตามหน้าที่ เพราะเป็น
การกระทำผิดโดยซึ่งหน้า โดยได้มีการกระทำเป็นขั้นตอน
มีการเจรจาและร้องขอแต่ไม่เป็นผล กลับมีการด่าว่าดูหมิ่น
เจ้าพนักงานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานและใช้กระสุนซึ่ง เป็นลูก
แก้วและหัวน๊อตโลหะระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้า
ที่ตำรวจจึงต้องป้องกันตัวและผลักดันฝูงชนดังกล่าว โดย
ใช้แก๊สน้ำตายิงและขว้างเพื่อผลักดันโดยหลีกเลี่ยงการใช้
กำลังและอาวุธ ปราบปราม แต่กลุ่มพันธมิตรก็ตอบโต้
ต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดเวลา จนเกิดการชุลมุนบางส่วน
ต่อสุ้ บางส่วนถอยหนีบางส่วนอยู่กับที่เพราะได้รับผลจาก
แก๊สน้ำตา ในขณะนั้นมีการวิ่งชนกัน หกล้มเหยียบทับกัน
และมีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งจนแยกไม่ออกว่าเป็น
เสียงของแก๊สน้ำตาหรือ ระเบิดชนิดใดหลังจากทำการผลัก
ดันกลุ่มพันธมิตรออกจากบริเวณสามแยกอู่ทองในตัดสาม
แยกพิชัย ข้างประตูประสาทเทวริทธิ์ เขตดุสิตกรุงเทพได้
แล้ว พบว่า
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา และระเบิดไม่ทราบชนิด
หลายคน ที่บาดเจ็บมากคือ นายบัญชา ซึ่งได้บาดเจ็บขา
ขาดอยู่ใกล้ป้อมสามแยกอู่ทองในตัดสามแยกพิชัย ข้าง
ประตูปราสาทเทวฤทธิ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้การช่วยเหลือ
และนำส่ง รพ.ในเวลาต่อมา
3.2 การรักษาสถานที่เกิดเหตุและการตรวจสถานที่เกิดเหตุ
หลังเกิดเหตุแล้วอยู่ระหว่างการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ปราบ
จลาจล มีการผลักดันและโต้ตอบจากผู้ชุมนุม กลุ่มผู้ชุมนุม
ได้ใช้กำลังเข้าทำร้ายเจ้าพนักงานและทำการผลักดันเจ้า
หน้าที่ จนต้องถอยร่นออกจาก บริเวณประตูปราสาทเทวฤทธิ์
จึงไม่สามารถเข้าไปตรวจสถานที่เกิดเหตุได้
- ต่อมาวันที่ 8 ต.ค. 2551 เวลาประมาณ 09.30 น. จึงได้
มีคำสั่งจาก พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมกุล ผบก.ตปพ. ให้
ไปทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุตามจุดต่างๆ โดยรอบรัฐสภา
และกองบัญชาการตำรวจนครบาลกลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระะเบิดฯ
ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุตามคำสั่ง ผบก.ตปพ. และได้ไป
ตรวจที่เกิดเหตุกรณีระเบิดบริเวณใกล้ป้อมสามแยกอู่ทองใน
ตัดสามแยก พิชัย ข้างประตูประสาทเทวริทธิ์ เขตดุสิต กรุงเทพ
ซึ่งเป็นจุดที่นายบัญชาฯ ได้รับบาดเจ็บด้วย
3.3 พยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ
3.2.1 เศษคราบเขม่าวัตถุระเบิด สีดำติดอยู่บริเวณเสาและ
พื้นที่เกิดเหตุชัดเจน
3.2.2 พบหลุมระเบิดกว้างประมาณ 10 ซ.ม. ลึก 3 ซ.ม.
3.2.3 มีคราบโลหิตอยู่บริเวณพื้นที่เกิดเหตุเป็นวงกว้าง
3.4. ชนิดของสาระเบิดที่ตรวจพบ
จาก การตรวจสอบทางเคมีและสังเกตจากสีและกลิ่นของเขม่า
วัตถุระเบิด ในที่เกิดเหตุเชื่อว่าเป็นสารระเบิดชนิดแรงต่ำ ประ
เภทดินดำหรือดินเทาน้ำหมึกไม่เกิน 500 กรัม
- ดินดำหรือดินเทาเป็นวัตถุระเบิดแรงต่ำมีคุณสมบัติไวต่อ
ความร้อน การกระทบกระแทกเสียดสี
จาก พยานหลักฐานข้างต้นจึงเชื่อได้ว่าการบาดเจ็บของนาย
บัญชาฯ ซึ่งขาขาดไปหนึ่งข้างนั้นเกิดจากการระเบิดของระเบิด
แสวงเครื่องที่ทำขึ้นเอง โดยใช้ดินดำหรือดินเทาน้ำหนักไม่
เกิน 500 กรัม บรรจุอยู่ในภาชนะที่ห่อหุ้ม แล้วเกิดการกระทบ
กระแทกเสียดสีอย่างรุนแรงเกิดระเบิดขึ้น จนนายบัญชาฯ ได้รับ
บาดเจ็บสาหัสดังกล่าว กรณีนี้ระเบิดดังกล่าวจะต้องอยู่ชิดติด
กับอวัยวะส่วนที่ฉีกขาดของนายบัญชาฯ และเป็นไปไม่ได้ที่จะ
เกิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งแก๊สน้ำตามีสารระเบิด R.D.X.
เพียง 7 กรัมเท่านั้น
4.กรณีการ บาดเจ็บของ นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ (ตี๋) มีบาด
แผลบริเวณลำคอ หน้าอก และแขนขวาจากเหตุการณ์โดยถือ
วัตถุอยู่ในมือข้างซ้ายตลอดเวลา
4.1. พฤติกรรมที่เกิดขึ้น โดยย่อ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551
ช่วงเวลาปายกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากพร้อมอาวุธ ได้มุ่งหน้า
ไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแต่ก่อนถึง กองบัญชาการ
ตำรวจนครบาลเจ้าหน้าที่ได้วางเครื่องกีดขวางไว้และได้มีนาย
ตำรวจ ระดับรองผู้บัญชาการเข้าไปเจรจากับกลุ่มพันธมิตรและ
ระหว่างการเจรจานายตำรวจ ดังกล่าวถูกกลุ่มพันธมิตรทำร้าย
ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องป้องกันตัว และ
ผลักดันกลุ่มพันธมิตรให้ถอยร่นออกไปโดยใช้แก๊สน้ำเป็น
เครื่องผลักดันและ สลายการชุมนุมเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง
หลังจากกลุ่มพันธมิตรถอยร่นไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบภาย
หลังว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมบาดเจ็บและเสียชีวิต และในผู้ได้รับบาด
เจ็บสาหัสคือ นายชิงชัย อุดมเจริญกิจ (ตี๋)
4.2. การรักษาสถานที่เกิดเหตุและผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ
- เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวน สน.ดุสิตและเจ้าหน้าที่กอง
พิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันตรวจสถานที่เกิดเหตุ
4.3 พยานหลักฐานต่างๆ ที่พบ
- จากภาพถ่าย นายชิงชัยฯ (ตี๋) มีบาดแผลที่บริเวณลำคอ หน้าอก
และแขนขวาขาด โดยถือวัตถุอยู่ในมือข้างซ้ายตลอดเวลา
-พยานหลักฐาน และวัตถุพยานอื่นในส่วนของกลุ่มงานเก็บกู้และ
ตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดไม่มี
4.4 ชนิดของสารระเบิดที่ตรวจพบ
- ไม่มี เนื่องจากไม่ได้รับแจ้งให้ไปทำการตรวจ จากพยานหลัก
ฐานดังกล่าวข้างต้น จึงน่าเชื่อได้ว่า การบาดเจ็บของนายชิงชัย
หรือตี๋ฯ น่าจะเกิดจากการกำวัตถุระเบิดอยู่ในมือจนเกิดระเบิดขึ้น
จนได้รับบาดเจ็บดังที่กล่าวแล้วข้างต้น แต่ระเบิดดังกล่าวที่กำไว้
จะเป็นระเบิดชนิดใด แบบไหน ไม่สามารถยืนยันได้ เนื่องจากขาด
พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานบุคคลมาประกอบการ
พิจารณา
- ส่วนวัตถุที่อยู่ในมือข้างซ้ายตลอดเวลานั้น ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า
เป็นวัตถุระเบิดหรือสิ่งใดเนื่องจากมีหลักฐานที่ปรากฏ ในรูปภาพ
เท่านั้น
ขอจงทรงพระเจริญพระเจ้าข้า ..ในพระมหากรุณาธิคุณ
Asia Times they “presided over the funeral service of
a PAD protester who was killed during the October 7
melee. According to the local press, the queen told
the female victim’s parents that she had died a
“protector” of the monarchy.”
Now Prachatai (12 August 2009:
“Artist reborn”) adds to this by reporting the queen’s
meeting with “[a]n artist who lost his right hand
during the clash … on Oct 7. He was granted an
audience with HM the Queen to offer portraits
of her,which Her Majesty praised as ‘very good’.”
เขียนโดย ศรีวัฒน์ เมื่อ 30 สิงหาคม, 2008 - 00:18
เป็นกำลังใจตำรวจครับ คนตั้งหกสิบกว่าล้าน จะเอาแต่จุดยืนคน
หมื่นสองหมื่นแค่นี้มากวนบ้านกวนเมือง แต่ที่เป็นแกนนำน่ะไม่
เท่าไหร่ อาศัยจ้างมา แล้วยึดบัตรประชาชน ใช้สาขาสันติอโศก
ต่างๆเป็นศูนย์รวม
ขอพ่อแม่พี่น้องทั้งหลายอย่าเป็นเครื่องมือพวกพันธมิตรเลยครับ
ไอ้เอาลาบเลือดราดตัว แล้วอุ้มกระพือข่าวน่ะ เด็ก ๆทำมาเมื่อ
20-30 ปีก่อนแล้วลุง ชาติจะไปรอดไม่รอดไม่ใช่ความคิดความ
เชื่อคน ๆเดียวได้หรอก ไอ้โป๊งเหน่งตัวนายใหญ่มันน่ะเป็นอลัชชี
อยู่นิกายไหนก็ไม่ได้ สมัยก่อนพลาดรักในคุณหญิงท่านนายก
สมัยอยู่บางขุนพรหม เพราะเธอรักท่านนายกมากกว่าเลยจ้อง
ทำลายนายกมาตลอด ต่อมาได้ลูกศิษย์ทหารแก่ ๆมีบารมี สมัย
เป็นพ่อเมืองกทม.ก็กวนตีนมหาดไทยมาตลอด ร่ำรวย โกงป่า
สงวนไป 5000 กว่าไร่ ผูกขาดส่งไม้สน ค้ำยัน ฯลฯ ให้ กทม.ใช้
ชื่อเมีย ลูก เป็นนิติบุคคล ปิดข่าวประมูล โกงขยะ ฯลฯ อีกตัวหนึ่ง
ก็หุ่นเชิด พอล สิทธิอำนวย มันโกงเงินกู้ธนาคารไปกว่าหมื่นหก
พันล้านแล้วเชิดมันนั่งรักษาการณ์กิจการ นสพ.ต่าง ๆ มีฐานะล้ม
ละลาย เอาลูกน้องในเครือออกมากวนบ้านกวนเมือง มันแสแสร้ง
แกล้งดี คอยชี้นำสังคมไปจับผิดคนอื่นเพื่อลืมเรื่องความผิดของ
ตัวเอง ระหว่างมันดื้อแพ่งอยู่สามเดือนนี้ ทำให้ตำรวจจุดต่าง
เบาบางเพราะต้องมายุ่งกับมันพวกเดียวเกิดคดีปล้นฆ่าข่มขืน
ลักรถ เป็นดอกเห็ด มันหลงตัวมั่นใจตัวเองว่าตัวข้าคือกฎ เหมือน
สมัยหนึ่งข้อความที่มันด่าแผงแม่ค้าที่งานกาชาด นั่นล่ะ สันดานมัน
อดีตนายกทักษิณ จะเลวจะร้าย อย่างไรก็อย่างลืมว่ามันนั่นแหละนำ
เข้ามาสู่วงการเมืองครั้งแรก เรียนรู้กับมัน หรือมันเป็นอาจารย์
ทักษิณน่ะแหละ แล้วการตั้งทายาท พัลลภ ปิ่นมณี ของมัน ไอ้จะเก่ง
(ล้างจาน)สมัยสงครามเวียตนามแค่ไหนไม่รู้
คุณรู้หรือเปล่า มันเป็นการดึงมือวางระเบิดระดับเซียนสายมุสลิมที่
เคียดแค้นจากกรณีมัสยิด กรือเซะ เข้ามาป้วนเปี้ยนในกรุงแล้วเรา
คงอยู่ไม่เป็นสุขอีกหลาย ๆเรื่อง ลองพิจารณาความชั่วช้าของผล
กระทบจากการกระทำคนกลุ่มนี้ดี ๆ นะครับ ท่านพ่อแม่พี่น้อง
ทำไมมันไม่ลงเล่นการเมืองให้ถูกต้อง แล้วมาสู้ในสภา ล่ะครับ หรือ
คุณไม่ชอบก็รวบรวมรายชื่อไปร้องเรียนเหมือน สว.รสนา เคยทำ
ทำไมต้องมาอวดศักดา ขวางถนน เปิดโทรโข่ง ยืดเยื้ออยู่ได้ น่าเหม็น
เบื่อ ไอ้แก่ตัณหากลับปล่อยวางไม่ลงตัวนี้จริง ๆ สงสารเด็กเล็กไป
โรงเรียนต่าง ๆ น่ะ เอาจิตใจอ่อนโยนมากรุณาใน เรื่องเข้าท่าดีกว่า
น่ะครับ ครั้งหนึ่งผมอยู่ที่สนามหลวง มีไอ้เมายาบ้าคนหนึ่งมีมีดปาด
ตาลยาวตั้งฟุตกว่า มันล็อคคอเด็กนักศึกษาไม่ทราบที่ไหน แล้วลาก
ขึ้นปิคอัพ จ้วงแทงไปหลายทีแบบมิดด้ามมิดด้ามเลย ไทยมุงหลาย ๆ
คนจะวิ่งไปสกัด ประชาทัณฑ์ แต่ถูกคนวัยกลางคน ๆหนึ่ง ท่าทางตุ๊ด ๆ
ห้ามไว้ บอกด้วยเสียงราบเรียบว่าไม่ได้นะ เขากำลังป่วยด้วยฤทธิ์ยา
ผลหรือครับ คนร้ายลอยนวล นศ.หญิงคนนั้นตายครับ
คุณจะเป็นแบบไหนล่ะครับ นศ.หญิงนั้นก็เหมือนประเทศไทยล่ะครับ
ท่านผู้อุตตริมนุษยธรรมสูงเอ๋ย..
วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น