พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับ วันวลิต พ.ศ. ๒๑๘๒
หมายเหตุ ข้อเขียนของวันวลิตในพงศาวดารฯ ฉบับนี้ ได้ให้
ข้อมูลใหม่หลายประการในการศึกษาประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะยอมรับได้กันเลยทีเดียว ในทางที่ควรจะ
เป็นก็คือ การพิจารณาหลักฐานนี้ด้วยความระมัดระวัง และตรวจ
สอบกับหลักฐานอื่นทั้งหลาย ดังที่บรรณาธิการหนังสือนี้ได้ทำ
ไว้มากแล้ว
หน้า ๒๐๔
พระเฑียรราชา (หรือพระมหาจักรพรรดิ) พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่
๑๗ แห่งสยาม เสวยราชย์อยู่ ๑๖ ปี พระองค์ทรงไว้ซึ่งความ
เมตตา ทรงขยันขันแข็งและทรงมุ่งปรับปรุงทางด้านกฎหมาย
และศาสนามากกว่าปรับปรุงในทางโลก การกุศลในสมัยของ
พระองค์ก็ดำเนินไปด้วยความยุติธรรม พระองค์ทรงมีพระ
กรณียกิจทางศาสนาที่ดีหลายประการโดยเฉพาะการปฏิบัติต่อ
พวกพราหมณ์และคนจน พระองค์ทรงปรับปรุงวัดมากกว่าที่จะ
ทรงสร้างป้อมปราการ เนื่องจากพระองค์ไม่ได้เป็นนักรบโดย
กำเนิด ทรงนิยมความก้าวหน้า ทรงประสบแต่ความรุ่งเรือง
ตลอดรัชสมัยของพระองค์และทรงมีช้างเผือกในครอบครอง
ถึง ๗ เชือก
หน้า ๒๐๗
อย่างไรก็ดี พระเจ้าแผ่นดินสยามก็สิ้นพระชนม์ลงในวันรุ่งขี้น
หลังจากได้ครองราชย์ได้ ๑๖ปี ในระหว่างเวลานั้น พระเจ้า
แผ่นดินแห่งพะโค ก็เสด็จมาถึงพร้อมทั้งกองทัพ ซึ่งทำลาย
ทุกสิ่งทุกอย่างตามทางที่ผ่านมา.........................เมื่อพระองค์
ทรงทราบถึงความยุ่งเหยิงและความพ่ายแพ้ของปัตตานี
(กองทัพที่อยุธยาสั่งให้มาช่วยแต่กลับคิดก่อการกบถ) รวมทั้ง
พระเจ้าแผ่นดินสยามสิ้นพระชนม์ พระองค์ทรงสลดพระทัยมาก
หน้า ๒๐๙
.........ออกญาพิษณุโลกเป็นตัวตั้งตัวดีใน
สงครามครั้งนี้ก็ไม่เป็นที่สบพระทัยของพระเจ้าแผ่นดินพะโค
และไม่เป็นที่พอใจของทหารซึ่งอาจ
หน้า ๒๑๐
จะได้รับโทษถึงแก่ชีวิต ดังนั้นจึงหนีทัพไปซ่อนที่เพนียด จน
กระทั่งพบคนสยามจึงฝากหนังสือไปถึงแม่ยายชื่อว่า พระสุวัฒน์
ซึ่งยังอาศัยอยู่ในราชสำนักคร่ำครวญอย่างขมขื่นในเรื่องไม่มี
ความคิดของภรรยาและสภาพที่แร้นแค้นของตนและขอให้
พระสุวัฒน์มีหนังสือเล่าสถานการณ์ในเมืองให้ทราบ
พระสุวัฒน์ เป็นสุภาพสตรีที่มีปัญญาและกล้าหาญ นางมีความ
สงสารออกญาพิษณุโลกบุตรเขยเป็นอย่างมาก จึงแนะนำให้
บุตรีคืนดีกับออกญาพิษณุโลก ในที่สุดบุตรีของนางก็ยินยอม
ในระหว่างนั้นออกญาพิษณุโลกและพระสุวัฒน์ก็มีหนังสือโต้
ตอบกันหลายครั้ง ดังนั้นจึงทำให้ออกญาพิษณุโลกรู้ความเป็น
ไปของกิจการบ้านเมืองในสมัยนั้น ...........พระเจ้าแผ่นดินพะโค
ทรงปิติที่ได้รับหนังสือจากออกญา ทรงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้าและ
อภัยโทษ และถึงแม้พระองค์จะทรงเข้าใจสถานการณ์ที่คับขัน
และกิจการในกรุงศรีอยุธยาจากคำบอกเล่าของออกญาพิษณุ
โลกก็ตาม พระองค์ทรงลังเลอยู่มากที่จะตั้งทัพอยู่ต่อไป เนื่อง
จากสาเหตุสำคัญตัวการสงครามครั้งนี้ทำให้พระองค์ท้อถอย
ประชาชนไม่มีความสุข และมีดินปืนในกองทัพเหลือน้อย พระ
สุวัฒน์ ทราบความประสงค์ของพระเจ้าแผ่นดินพะโคและความ
คับแค้นของกองทัพจากหนังสือของออกญาพิษณุโลกจึงส่งหีบ
บรรจุดินปืน (ปลอมแปลงว่าเป็นหีบศพ) ไปยังกองทัพพะโค
พร้อมทั้งมีหนังสือทูลพระเจ้าพะโคขออย่าให้หย่าทัพให้ตั้งล้อม
ไว้กรุงศรีอยุธยาและแผ่นดินสยาม
หน้า ๒๑๑ ทั้งหมดจะเป็นของพระองค์อยู่แล้ว เมื่อพระเจ้าแผ่น
ดินพะโคทรงได้รับหีบดินปืนและหนังสือพระสุวัฒน์ ทรงประ
หลาดและปิติเป็นล้นพ้น ทรงเปลี่ยนแผนการและตัดสินพระทัย
ตั้งทัพอยู่ต่อไป พระสุวัฒน์สามารถส่งดินปืนตามวิธีการที่แล้วให้
กองทัพพะโคได้หลายหีบ นางได้สมรู้คบคิดกับออกญาจักรี
และชักจูงมาเป็นพวกเดียวกับนาง ออกญาจักรีกับพรรคพวก
เพียงสองสามคนได้ออกตีข้าศึกเพื่อให้แน่ใจว่าพวกตนจะไม่
สามารถต้านทานกองทัพพะโคได้และจะต้องออกไปอยู่ใน
เงื้อมมือข้าศึกในที่สุด ด้วยวิธีนี้ ออกญาจักรี พระเจ้าแผ่นดิน
พะโคและออกญาพิษณุโลกจะสามารถตกลงหาทางที่จะส่งมอบ
กรุงศรีอยุธยาให้
สรุป
1. พระมหาจักรพรรดิ์หรือพระเจ้าช้างเผือกได้เสียชีวิตไปหลัง
จากปราบกบฎปัตตานี(ที่เรียกมาช่วยรบกับพม่า) ได้ไม่นาน
ก่อนที่พม่าจะยกกองทัพมาถึง.......จึงไม่มีการยกทัพออกไป
สู้รบกับพม่าเลย
2. พระสุวัฒน์ (อดีตคนรักเก่าสมัยวัยรุ่นของออกญาพิษณุโลก
หรือ พระมหาธรรมราชา) หรือ พระสุริโยทัย เป็นผู้ส่งดินปืนที่
ทัพพม่ากำลังขาดแคลนไปในหีบศพให้กองทัพพม่าเพื่อใช้ตี
กรุงศรีอยุธยา รวมทั้งคบคิดกับออกญาจักรีส่งไปเป็นไส้ศึก
ให้แก่พม่าด้วย
วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น