วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552

ประชานิยมหรือทุจริตเชิงนโยบาย

ตั้งแต่เช็คชั่วชาติ จนถึง ปลดหนี้นอกระบบให้คนจน

นโยบาย และรูปแบบ ดูผิวเผิน ก็น่าจะเป็นนโยบาย ช่วยเหลือ
ภาคประชาชน แต่อย่างที่เคยเขียนมาแล้ว ว่า วิธีการแบบนี้
เป็นวิธีที่ ชั่วร้าย ของนายทุนสามานย์รูปแบบของพรรคแมงสาบ
ของแท้ดั้งเดิม ใช้มาตลอด แค่ปรับเปลี่ยนวิธีไปตามยุค เพื่อ
ไม่ให้ใครจับได้ง่ายๆ แบบว่าเนียนมากขึ้นก็เท่านั้น

ยกตัวอย่างที่ผ่านมา นโยบาย เช็คชั่วชาติ 2000 บาท ดูเหมือน
แค่เป็นการนำอัฐยายซื้อขนมยาย ไม่มีใครเสียหาย เอาเงิน
ประกันสังคม ของท่าน มาแจกท่าน แต่อันที่จริง เงินแค่นี้ แจก
แค่รอบเดียว จำนวนคนที่ได้รับ คิดเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท
ในคราวเดียว อ้างว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่แท้จริง คนที่ได้รับเงิน
ไป ใช้อะไรไม่ได้นอกจากเอาไปใช้จ่ายในห้าง หรือรีบนำไปซื้อ
สินค้า และบริการ ตามแคมเปญ โปรโมชั่น ที่นายทุนพรรคแมง
สาบ เตรียมรองรับไว้แล้ว ในการขาย สินค้าและบริการ ของกลุ่ม
นายทุนพรรคแบบว่า คืนทุนคืนกำไรกันไปได้ทั้งแก๊งค์ ยกก๊วน
กันไปเลยทีเดียว

มาถึงรอบนี้ รัฐบาลโจรยกเอาเรื่อง ปลดหนี้นอกระบบคนจน
6,000 ล้าน หรืออาจจะขยายอีกเท่าไรไม่มีใครรู้ มาอ้าง แต่ที่
แน่ๆ ถามว่า ใครได้ประโยชน์ไปเต็มๆ จะว่าคนจนที่เป็นหนี้นอก
ระบบ ก็ใช่ เพราะจะได้ปลดหนี้มาไว้ในระบบสถาบันการเงิน
แต่...แท้จริงแล้ว กลุ่มที่ได้ประโยชน์ ที่สุด ก็คือ นายทุนเงินกู้
นอกระบบ หน้าเลือด ซึ่งก็คือ เหล่าสมุนพรรคแมงสาบ นั่นแหละ
ที่ถนัด งานนี้ ไม่ว่าจะเป็น หวยใต้ดิน เจ้าพ่อเงินกู้ร้อยละยี่สิบ
นายทุนภาคเกษตร ที่ยึดผลผลิตการเกษตรแทนหนี้ยืมปุ๋ยและ
อื่นๆ ของเกษตรกร ไปจนหมดเนื้อหมดตัว และยังจะมีพวกกลุ่ม
อิทธิพลอื่นๆ ที่แฝงมาในรูปแบบนักการเมืองท้องถิ่น สารพัด
ธุรกิจเถื่อนอีก

จากโครงสร้างที่ชัดเจนมาตั้งแต่อดีต ที่พรรคแมงสาบ มีเสียง
ของสมาชิกไม่เด็ดขาด ที่จะเป็นใหญ่ได้จริงในการจัดตั้งรัฐบาล
จึงต้องมีการรวมหัวกันแบ่งเค็กผลประโยชน์กันอย่างลงตัวกับ
พรรคเล็กพรรคน้อยมาโดยตลอด จะมีเว้นช่วงก็เมื่อมีรัฐ
ธรรมนูญ 40 ที่ไม่เปิดโอกาสให้ทำได้ จนเป็นสาเหตุหลักในการ
ฉีกรัฐธรรมนูญ 40 ทิ้งและเขียนรัฐธรรมนูญโจร ปี 50 มาบังคับ
ใช้เพื่อให้พรรคที่ไม่มีเสียงมากพอในการจัดตั้งรัฐบาล สามารถ
รวมหัวกันกับพรรคเล็กพรรคน้อยและโหวตนายกได้ ซึ่งเป็นรูป
แบบที่สอดคล้องกันกับการทำมาหารับประทานในทุกเรื่องทุก
ระดับ ของกลุ่มทุนทางการ เมือง และกลุ่มทุนนิยมสามานย์
ที่เชื่อมโยงกันอย่างที่เห็นๆ แล้วในปัจจุบัน มองยังไงก็เป็นยัง
งั้นแหละ ท่าน

ถามว่า.....หากธนาคารต่างๆ จะรับลูก นโยบาย กำมะลอ ปลด
หนี้นอกระบบของคนจนจริงๆ พวกท่านลืมไปเสียแล้วหรือว่า
ท่านยังมี ลูกค้าที่เป็น ประชาชนอีกมากเหลือเกิน ที่เป็นลูกค้า
สินเชื่อเงินกู้ในระบบ ที่ดี ที่เคยมีเครดิตดี ส่งผ่อนชำระมาให้
ท่านมาอย่างต่อเนื่อง จนมาในวันหนึ่ง บังเอิญมีสมุนอำมาตย์
และกลุ่มการเมืองนอกสภา และพรรคแมงสาบ รวมหัวกันสร้าง
ความวุ่นวาย บิดเบือนประชาธิปไตย และในที่สุดปฏิวัติรัฐ
ประหาร จนบ้านเมืองล่มจม กลายเป็นยุคข้าวยากหมากแพง
คนตกงานเป็นล้าน ลูกค้าสินเชื่อของธนาคารที่ว่าเคยดีๆ อยู่
ก็กลายเป็นหนี้เสีย เป็นเอ็นพีแอล ทำไม...

ที่จริง สถาบันการเงินทั้งหลาย ท่านต้องแก้ไขปรากฏการณ์
หนี้เสียของลูกหนี้ในระบบของท่านให้ได้เสียก่อน มิใช่หรือ
สำหรับลูกหนี้ในระบบ ทุกวันนี้ ท่านได้แต่ ยึดทรัพย์ ขายทอด
ตลาด ไม่พอ ก็ตามยึดทรัพย์อื่นๆ ต่ออีก จนหมดเนื้อหมดตัว
ฆ่าตัวตายกันไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ท่านหาทางช่วยเหลือ ผ่อน
ปรนให้พวกเขาก่อน จะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้ง
ระบบ จะทำให้ทุกอย่างหมุนวนไปได้ มิใช่หรือ

ดูไปแล้วมันเหมือนกับว่า มีนายทุนสามานย์คอยรับประโยชน์
จากการยึดทรัพย์ ขายทอดตลาดอย่างผิดปกติในเวลานี้ คดี
เหล่านี้เต็มศาล ล้นศาล ไม่มีใครโวยวายอะไร มันเหมือน
เหตุการณ์ ยุคไอเอ็มเอฟ ถูกทำให้กลับมาอย่างแนบเนียน
เงียบๆ เพื่อสนองนโยบายเก่าๆ ของพรรคเก่าๆ ที่เคยออกแบบ
ทำไว้ จนคนไทยต้องเป็นหนี้ และถูกยึดทรัพย์ ขายให้ฝรั่งไป
แบบว่า ขาดทุนย่อยยับ ทำไม...

หากเรื่อง ปลดหนี้ หรือย้ายหนี้ ของคนจนที่เป็นหนี้นอกระบบ
ไปไว้ที่สถาบันการเงินในระบบเกิดขึ้นจริง หลักการก็คือ เอา
ยอดหนี้นอกระบบทั้งหมด ซึ่งเจ้าหนี้ก็คือ นายทุนเงินกู้หน้า
เลือด และผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ยิ่งถ้าในต่างจังหวัด ก็คือ พวก
ที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองพรรคแมงสาบ และพรรคเล็ก
พรรคน้อย ที่รวมหัวกันเป็นใหญ่ในรัฐบาล ทั้งสิ้น ใครล่ะที่จะ
ได้เงินล้างหนี้ก้อนโตอันนี้ไป เพราะตามสภาพความเป็นจริง
ในปัจจุบัน เศรษฐกิจ ตกต่ำขนาดนี้ ไอ้พวกนายทุน เงินกู้หน้า
เลือด มันก็ยังตามเก็บเงินกับลูกหนี้ ได้ยากแสนเข็ญแถมไม่คุ้ม
ค่าจ้างลูกน้องนักเลงนักทวงหนี้โหด ทั้งหลายด้วยซ้ำ

หากนโยบาย กำมะลอ นี้ถูกผลักดันจนสำเร็จ จริง สถาบันการ
เงินก็ได้ลูกหนี้ใหม่ อีกอักโข ดูเหมือนน่ายินดี จะได้ออกดอก
ออกผลอีกเพียบ ประชาชนที่เคยกระอักกับนายทุนหน้าเลือด
ตามทวงโหด ก็ได้ปลดทุกข์เข็ญ คงได้ชมเปาะกับนโยบาย
ประชานิยม สุดโต่งนี้ แต่ที่แน่ๆ คนที่ยิ้มแก้มปลิ แบบว่าบุญหล่น
ทับ ส้มหล่น หรือหนูตกถังข้าวสาร ก็เห็นจะไม่มีใครเกินนายทุน
เงินกู้นอกระบบหน้าเลือด วงศ์วานว่านเครือพรรคแมงสาบ
เจ้าเก่า นั่นเอง

สาธุ อนุโมทามิ ขอให้พวกเอ็งจงเจริญก้าวหน้า ร่ำรวยจนถึง
ขนาดรวยจนเบื่อหน่ายงานนี้สุดๆ กันไปเลย ไม่อยากจะทำอีก
ต่อไปแล้ว รวยใช้ไม่หมดแล้ว ประชาชนตาดำๆ ส่วนใหญ่ของ
ประเทศนี้ จะได้มีวันลืมตาอ้าปากกันจริงๆ ซะที


“ปู่ร้อน”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น